ข่าวกีฬาต่างประเทศ สเปอร์สระวังตัวให้ดี ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู ต้อนยับ ไบรท์ตัน สบายเกือก

ข่าวกีฬาต่างประเทศ

ข่าวกีฬาต่างประเทศ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะการตอกย้ำความเจ็บช้ำให้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน อีกครั้งด้วยการไล่ถลุงยังสกอร์ 3-0 ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยงานนี้ฟอร์มของ ฆวน มาต้า, เอริค ไบยี่ และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค สุดโดดเด่นเกินห้ามใจ

ข่าวกีฬาต่างประเทศ

ข่าวกีฬาต่างประเทศ มาต้า แสดงให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้เห็นแล้วว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคในการเล่นฟุตบอลระดับสูง เขาโชว์ทักษะในการเล่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพทั้งการลากเลื้อย, เชื่อมเกม, การเปิดฟรีคิกที่แม่นยำ และยิงประตูที่เฉียบคม แน่นอนว่าผลงานของ ดาวเตะชาวสแปนิช น่าจะทำให้ “น้าลูกอม” มองเห็นทางสว่างในแผงมิดฟิลด์มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ ฟาน เดอ เบ็ค โชว์คลาสความเป็นยอดมิดฟิลด์ทั้งการคุมเกมแดนกลาง การสร้างโอกาสในการทำประตู และไวพริบในการผ่านบอลที่แสดงให้เห็นในจังหวะตอกส้นถวายพานอย่างเหนือชั้นให้ มาต้า หลุดเข้าไปซัดประตูที่สองของทีม

ด้าน ไบยี่ น่าจะเป็นตอบโจทย์ โซลชา เรื่องการหาเซนเตอร์แบ็กคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ หลังจากนักเตะแสดงความแข็งแกร่งในการจัดการเกมบุกของ ไบรท์ตัน อยู่หมัด และช่วยคุมแนวรับของทีมให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้หากเจ้าตัวไม่โดนปัญหาบาดเจ็บรบกวน มีสิทธิ์ได้เบียด วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ไปนั่งในซุ้มม้านั่งสำรองแหงๆ

1. มาต้า กำลังสำรองที่ขาดไม่ได้

คุณภาพของ ฆวน มาต้า ยังคงเป็นสิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้ แม้ว่าเจ้าตัวจะอายุ 32 ปีแล้ว และไม่ค่อยได้ลงเล่นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีก ก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่เขาได้โอกาสลงสนาม ดาวเตะชาวสแปนิช สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เสมอ

มาต้า มีส่วนอย่างยิ่งกับผลงานชั้นยอดของ “ปีศาจแดง” ในเกมดวล ไบรท์ตัน โดยประตูแรกมาจากศักยภาพของเจ้าตัวในการเล่นลูกฟรีคิก ซึ่งเป็นจุดแข็งของนักเตะ และยังถือเป็นการปลดล็อกความกดดันทำให้ทีมสามารถเล่นได้ง่ายยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งหลัก

การเปิดบอลที่สุดแม่นยำไปให้กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่จัดการสังหารไม่เหลือซาก ทำให้ “เร้ด เดวิลส์” ได้ประตูขึ้นนำในช่วงก่อนพักครึ่ง จากนั้นในครึ่งหลัง มาต้า ยังคงร่ายเวทมนตร์ความสุดยอดออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังทำประตูได้ด้วยจากการประสานงานกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จนหลุดเข้าไปซัดสบายเกือกในเขตโทษ

แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ โซลชา ต้องจดจำเอาไว้ว่า มาต้า ยังคงเป็นผู้เล่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ และประสบการณ์ ฉะนั้นหากในเกมลีก แมนฯ ยูไนเต็ด เกิดอาการเล่นแบบติดๆ ขัดๆ การส่ง ดาวเตะเลือดกระทิงดุ ลงสนามสามารถที่จะสร้างความแตกต่างในการเล่นให้กับทีมได้ชัวร์

2.  ดาโลต์ ยังมีอนาคต 

ต้องยอมรับว่าชื่อของ ดีโอโก้ ดาโลต์ ฟูลแบ็กดาวโรจน์ อาจจะหายไปจากความคิดของสาวก “เร้ด อาร์มี่” ไม่มากก็น้อย แต่ โซลชา ยังเชื่อมั่นในนักเตะรายนี้และจับเขาลงสนามเป็นตัวจริงซึ่งเป็นเกมแรกที่ได้มีชื่ออยู่ใน 11 ผู้เล่นนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

แบ็กขวาชาวโปรตุกีส อาจจะไม่ได้โชว์ฟอร์มที่แข็งแกร่งมากนักในเกมนี้ แต่ผลงานของเขาก็ไม่ได้เลวร้ายหากมองว่านี่คือเกมแรกในรอบหลายเดือนของเจ้าตัว ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ พร้อมให้โอกาสเขาหากนักเตะไม่ได้ย้ายไปไหนในช่วงซัมเมอร์นี้

ดาโลต์ เกือบที่จะทำแอสซิสต์ให้กับทีมได้ หลังจากที่เปิดบอลอย่างสวยงามให้กับ ปอล ป็อกบา ซึ่งลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมนี้ โหม่งแต่น่าเสียดายที่บอลดันออกด้านข้างไปอย่างหวุดหวิด ส่วนผลงานโดยรวมของนักเตะในการลงเล่นจนจบเกมถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

ฉะนั้นหากในวันที่ 5 ตุลาคมซึ่งเป็นวันปิดตลาดพ่อค้าแข้งช่วงซัมเมอร์ นักเตะยังอยู่กับทีมต่อไป แน่นอนว่าฟอร์มการเล่นของเขาน่าจะทำให้ โซลชา ยังพอรู้สึกอุ่นใจในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะอย่างน้อยๆ ก็สามารถเป็นยางอะไหล่ให้กับ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้ในระดับหนึ่ง

3. ฟาน เดอ เบ็ค โชว์คลาสชั้นยอด

ตอนนี้ดูเหมือนว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เริ่มจะค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับบอลอังกฤษได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเกมนี้ โซลชา เลือกส่งเขาลงสนามเป็นตัวจริง เพื่อให้เจ้าตัวได้มีโอกาสโชว์ศักยภาพชั้นยอดออกมา และก็ไม่ทำให้นายใหญ่ผิดหวัง โดยเฉพาะลีลาการคุมเกมแดนกลางของเขา

ดาวเตะเลือดดัตช์ สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง โดยในเกมนี้เขาได้รับหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่อยู่ด้านหลัง โอเดียน อิกาโล่ เพื่อเป็นกำลังหนุนให้กับ หัวหอกชาวไนจีเรีย อย่างไรก็ตามนักเตะสามารถที่จะสวมบทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ และห้องเครื่องก็ได้

ศักยภาพของ ฟาน เดอ เบ็ค สามารถที่จะเล่นงานแดนกลาง และกองหลังของ ไบรท์ตัน ได้อยู่หมัด โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างโอกาส และการยิงประตูซึ่งถือเป็นจุดเด่นของเจ้าตัว โดยเขาแสดงให้เห็นความยอดเยี่ยมด้วยการโชว์ลีลาตอกส้นส่งให้ มาต้า ซัดประตูที่สองให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด

ตอนนี้ โซลชา คงมองเห็นทางสว่างแล้วว่าจะใช้งาน ฟาน เดอ เบ็ค ยังไง เพราะผลงานของเขาสามารถประสานงานกับ ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้อย่างสบายๆ ซึ่งหากทั้งสามคนสามารถเล่นเข้าขากันในแดนกลาง ขอบอกเลยว่าเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะดูโหดมากยิ่งขึ้นหลายเท่า

4.  ไบยี่ เกมรับสุดแกร่ง-อิกาโล่อนาคตมืดมน

ช่วงที่ผ่านมามักจะการพูดเกี่ยวกับเรื่องการหาซื้อกองหลังคนใหม่เข้ามาเสริมทัพ แต่จริงๆ แล้ว แมนเชส ยูไนเต็ด มีเซนเตอร์แบ็กชั้นยอดอยู่ในทีม เพียงแต่ว่า เอริก ไบยี่ มักจะโดนอาการบาดเจ็บพรากไปจากการเล่นบ่อยไปหน่อยก็เท่านั้นเอง

หลังจากที่ ดาวเตะวัย 26 ปี สามารถเรียกความฟิตกลับมาได้อีกครั้ง งานนี้ โซลชา เลือกที่จะส่งนักเตะลงสนามเคียงข้าง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งโดนวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับผลงานที่อ่อนยวบของเขา และมีส่วนต่อการเสียประตูในเกมแพ้ คริสตัล พาเลซ แมตช์แรกของซีซั่นนี้

ฟอร์มการเล่นของ ไบยี่ ในแมตช์ไล่ต้อน ไบรท์ตัน ต้องบอกเลยว่าโดดเด่นมากๆ รวมไปถึงจังหวะในการเสียบสกัดที่เด็ดขาดแม่นยำ ขณะเดียวกันการครองบอลของเจ้าตัวก็ยังเนียนตา การตัดลูกโด่งก็ยอดเยี่ยม ฉะนั้นผลงานของเขาเปรียบเสมือนทีมได้กองหลังคนใหม่มาเสริมทัพชัดๆ

สวนทางกับ อิกาโล่ ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีอนาคตใน “โรงละครแห่งความฝัน” โดยนักเตะมีโอกาสจะๆ ในช่วงต้นเกมแต่ดันยิงไม่เข้า ที่สำคัญเขาไม่สามารถซัดบอลตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว จนสุดท้ายต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 69 สำหรับตอนนี้ อิกาโล่ ยิงประตูไม่เป็นนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ โซลชา อยากได้ เอดิสัน คาวานี่ หรือ ลูก้า โยวิช มาร่วมทัพ

5. ฟุตบอลถ้วยความหวังที่แมนยูต้องการ

ชัยชนะเหนือ ลูตัน ทาวน์ และ ไบรท์ตัน ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทะลุเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ แล้ว และแน่นอนว่าความฝันที่อยากจะเห็นโทรฟี่แชมป์กลับมาประดับในรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง เริ่มค่อยๆ ส่องแสงสดใสขึ้นมาทันที

หลายคนอาจจะมองว่าถ้วยใบเล็กรายการนี้ไม่ค่อยน่าสนใจ แต่สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วพวกเขาต้องการความสำเร็จอย่างมาก หลังจากที่ขาดหายความสำเร็จไปนานหลายปี และแน่นอนว่า “ปีศาจแดง” อาจจะใช้ผู้เล่นชุดที่แข็งแกร่งลงชิงชัยในรายการนี้

ที่สำคัญการที่เกมรอบรองชนะเลิศจะมีการแข่งแค่แมตช์เดียวจบ (แต่ก่อนแข่งแบบเหย้า-เยือน)  นั่นหมายความว่า สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย มีแค่ 3 เกมให้ลงเล่นเท่านั้นก็จะไปถึงฝั่งฝันในการนำแชมป์มาสู่ “เธียเตอร์ ออฟ ดรีม”

อย่างที่บอกไปแล้วว่าถ้วยแชมป์เป็นความสำเร็จที่มีความหมายอย่างมากสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ และนี่คือการแข่งขันรายการแรกที่จะทำให้พวกเขาได้เฉลิมฉลองแชมป์หลังจากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไปหลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ นำทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ (คาราบาว คัพ) และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2017

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.ufabetinc.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*